เครื่องดูดไรฝุ่น ตัวช่วยสำคัญในการกำจัดไรฝุ่น ต้นเหตุของภูมิแพ้-การระคายเคือง

เครื่องดูดไรฝุ่น เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นสำคัญ ที่ควรมีติดบ้านเอาไว้ โดยเฉพาะคนที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด มีอาการคัน หรืออาการระคายเคืองต่างๆ

ไรฝุ่น คืออะไร ไรฝุ่น คือแมลงชนิดหนึ่ง ซึ่งมีขนาดเล็กมาก ตั้งแต่ 0.1 – 2.3 มิลลิเมตร ทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มันมีขา 8 ขา สำหรับใช้ในการยึดเกาะกับวัตถุ จึงมักเกาะติดอยู่ตามเนื้อผ้าและเส้นใย ได้แก่ ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ผ้าม่าน โซฟา หมอน เป็นต้น

ไรฝุ่นมักอยู่ปะปนกับฝุ่น มันจะกินเซลล์ผิวหนังที่ตาย และถูกผลัดออกมาของมนุษย์ โดยอุจจาระของไรฝุ่น สามารถฟุ้งกระจายได้ง่าย และจะลอยเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ในขณะนอนหลับ ซึ่งหากสูดดมเข้าไปเป็นเวลานาน อาจทำให้เป็นโรคภูมิแพ้ได้ รู้หรือไม่ว่า ในฝุ่น 1 กรัม สามารถพบเจอไรฝุ่นได้มากถึง 500 ตัว ส่วนในที่นอน 1 หลัง มีไรฝุ่นอาศัยอยู่ประมาณ 2 ล้านตัว และในหมอนเก่าอายุ 6 ปี น้ำหนักของหมอน 1 ใน 10 นั้น มาจากไรฝุ่นและอุจจาระของมัน

ปัญหาทางสุขภาพ ที่เกิดจากไรฝุ่นได้

  • โรคภูมิแพ้ไรฝุ่น

ลำตัวและอุจจาระของไรฝุ่น สามารถก่อให้เกิดอาการแพ้ ดังนั้น หากสัมผัสไรฝุ่นเป็นประจำ หรือสูดดมเอาไรฝุ่นเข้าไป จึงมีส่วนกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ โดยจะมีอาการคือ รู้สึกคันตามเนื้อตัว อาจมีผื่นขึ้นตามตัว แสบตา แสบคอ แสบจมูก หรือมีอาการหอบหืด โดยเฉพาะในเวลากลางคืน

  • โรคหอบหืด

ผู้ที่สัมผัสกับไรฝุ่นเป็นเวลานาน มีโอกาสพัฒนาจากภูมิแพ้ไรฝุ่น ไปสู่การเป็นโรคหอบหืดได้ โดยจะมีอาการคือ หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีดออกมาด้วย เหนื่อยหอบได้ง่าย และไอเรื้อรัง

เครื่องดูดไรฝุ่น มีประโยชน์อย่างไร

หากใช้แค่เครื่องดูดฝุ่นทั่วไป จะไม่สามารถกำจัดไรฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะไรฝุ่นมี 8 ขา จึงสามารถเกาะกับเส้นใย และต้านแรงดูดได้เป็นอย่างดี แม้เครื่องดูดฝุ่นจะดูดบางตัวออกมาได้ แต่หากไม่ใช้แผ่นกรองฝุ่นที่แน่นหนามากพอ ก็ทำให้ไรฝุ่นหลุดปนออกมากับอากาศได้อีก

ส่วนเครื่องดูดไรฝุ่นนั้น มีการพัฒนามาเพื่อกำจัดไรฝุ่นโดยเฉพาะ จึงมีตัวกรอง HEPA เพื่อป้องกันไรฝุ่นเล็ดลอดออกมา มีกล่องเก็บฝุ่นที่แน่นหนา และยังมีแสง UV ที่ส่งผลต่อการดำรงชีวิตของไรฝุ่น จึงจัดการไรฝุ่นได้ดีกว่า

มีวิธีในการเลือกซื้อเครื่องดูดไรฝุ่นอย่างไร

1. เลือกเครื่องดูดไรฝุ่นจากยี่ห้อ ที่ได้รับการรับรองคุณภาพ และรับรองมาตรฐาน จากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ รวมทั้งมีการรับประกัน หลังการซื้อด้วย

2. เลือกเครื่องดูดไรฝุ่น ที่มีแรงดูดเพียงพอ ที่จะดูดไรฝุ่นได้ โดยควรเลือกเครื่องที่มีแรงดูด ประมาณ 10,000 PA ขึ้นไป

3. เลือกเครื่องที่มีแผ่นกรองมีคุณภาพ สามารถดักจับฝุ่นขนาดเล็กได้ เช่น แผ่นกรอง HEPA Filter

4. เลือกเครื่องที่มีกล่องเก็บฝุ่น ที่ป้องกันการฟุ้งกระจายของไรฝุ่น ได้เป็นอย่างดี

5. เลือกเครื่องที่มีลมร้อน เพื่อช่วยลดประสิทธิภาพ การยึดเกาะของไรฝุ่น หรือมีรังสี UV ที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้

วิธีอื่นๆ ในการกำจัดไรฝุ่น

ไรฝุ่นชอบเส้นใย ชอบอยู่ในที่มืด และอับชื้น ดังนั้น ที่นอน หมอน ผ้าห่ม โซฟา และพรม จึงเป็นที่ที่ไรฝุ่นชอบอาศัยอยู่ และห้องนอน จึงเป็นแหล่งที่พบตัวไรฝุ่น ได้มากที่สุดในบ้าน โดยอาจพบตัวไรฝุ่นในที่นอน ได้ตั้งแต่หลักแสนตัว ถึงนับล้านตัว เพราะฉะนั้น หากต้องการกำจัดไรฝุ่น จะต้องพยายามลดปริมาณฝุ่นในบ้านลง ด้วยวิธีดังนี้

1. จัดห้องนอนให้โล่ง พร้อมกับเปิดประตู และหน้าต่าง ให้มีอากาศถ่ายเทภายในห้องนอน เพื่อลดความชื้น ที่เป็นปัจจัยสำคัญ ในการเจริญเติบโตของไรฝุ่น รวมทั้งพื้นที่ห้องอื่นๆ ภายในบ้านด้วย

2. ภายในห้องนอน ควรมีเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นที่สุด และไม่ควรใช้พรม หรือวัสดุที่ทำจากผ้า หรือวัสดุที่มีขน ปูพื้นห้องนอน หรือพื้นห้องอื่นๆ ของบ้าน เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถเป็นที่กักเก็บฝุ่นได้ 

3. ซักและทำความสะอาด เครื่องนอนทุกชนิด ด้วยน้ำร้อน อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง

4. นำเครื่องนอนทุกชนิด ออกผึ่งแดดจัดๆ เพราะแดดจะทำให้ไข่ของไรฝุ่นฝ่อ ช่วยลดจำนวนไรฝุ่น ที่จะฟักออกมาใหม่ได้ อีกทั้งยังทำให้ ความชื้นในที่นอนลดลงด้วย

5. ทำความสะอาดบ้าน ด้วยเครื่องดูดฝุ่น หรือผ้าชุบน้ำหมาดๆ และทำความสะอาดที่นอน หมอน โซฟา ผ้าม่าน ด้วยเครื่องดูดไรฝุ่น เป็นประจำ รวมทั้งล้างทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศด้วย ทั้งนี้ ไม่แนะนำให้ใช้ สารเคมีกำจัดแมลง เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง และมีอันตรายจากสารพิษตกค้างได้