เครื่องดูดความชื้น ควรเลือกซื้อยังไง ติดตั้งและดูแลอย่างไร?

เครื่องดูดความชื้น (Dehumidifier) เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีหน้าที่ช่วยลดความชื้น และรักษาระดับความชื้นในอากาศ โดยเครื่องจะดูดความชื้นในอากาศ ผ่านทางแผงคอยล์เย็น ให้กลายเป็นหยดน้ำ แล้วปล่อยเป็นอากาศแห้ง ออกมาภายในห้อง

ประโยชน์ของเครื่องดูดความชื้น ได้แก่ ช่วยลดความชื้น ลดกลิ่นอับ หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ ป้องกันเชื้อรา ป้องกันสนิม ช่วยเรื่องการหายใจไม่สะดวก ลดต้นเหตุภูมิแพ้ และการระคายเคือง ลดความเสียหายของเฟอร์นิเจอร์ไม้ จากความชื้นและเชื้อรา และช่วยให้ผ้าที่ตากในบ้านแห้งไว

เครื่องดูดความชื้น ควรเลือกซื้อยังไง?

1. เลือกจากขนาดของเครื่องดูดความชื้น ให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง

2. เลือกจากความจุน้ำของตัวเครื่อง ยกตัวอย่างเช่น ห้องขนาดเล็ก อาจใช้ความจุที่ 5-10 ลิตร แต่ถ้าเป็นบ้านขนาดใหญ่ ควรใช้ความจุที่ 20 ลิตรขึ้นไป

3. เลือกจากการระบายน้ำ ซึ่งโดยส่วนมาก เครื่องจะมาพร้อมกับถังเก็บน้ำ แต่บางรุ่นอาจมีท่อระบายน้ำให้ด้วย

4. เลือกจากเสียงของตัวเครื่อง ในขณะที่เครื่องกำลังทำงาน ควรเลือกที่มีเสียงเบา เพื่อจะได้ไม่รบกวนการทำงาน และการพักผ่อน

5. เลือกจากฟังก์ชันของเครื่อง เพราะบางแบรนด์อาจมีฟังก์ชันให้เลือกมากมาย เช่น มีโหมดตากผ้า มีระบบฟอกอากาศ สามารถปรับระดับความเร็วของพัดลม และสามารถตั้งเวลาการทำงานล่วงหน้าได้

ควรวางเครื่องดูดความชื้นไว้ที่ใด?

1. ควรวางให้ห่างจากผนัง และเฟอร์นิเจอร์ ประมาณ 30 เซนติเมตร ไม่ควรวางไว้ในที่ที่มีแสงแดด หรือใกล้ๆ ความร้อน และควรวางฝั่งตรงข้ามกับแอร์

2. ควรถอดปลั๊กไฟก่อนทุกครั้ง หากต้องการเปลี่ยน หรือทำความสะอาดถังเก็บน้ำ

3. ควรทำความสะอาด บริเวณตัวเครื่องภายนอก ด้วยการใช้ผ้าสะอาดเช็ด อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และควรทำความสะอาดแผ่นกรอง เดือนละ 1 ครั้ง ส่วนแผงคอยล์เย็น ควรทำความสะอาดทุก 6 เดือน

4. ไม่ควรเคลื่อนย้าย หรือยกเครื่อง ในขณะที่เครื่องกำลังทำงาน

การดูแลรักษาเครื่องดูดความชื้น

1. ควรทำความสะอาดถังเก็บน้ำบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำ เพื่อลดการเพาะพันธุ์ของเชื้อรา และควรเช็ดให้แห้งทุกครั้ง หลังจากใช้งานเสร็จ

2. ควรเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศ ตามเวลาที่กำหนด เพื่อรักษาประสิทธิภาพการกรองให้ดีที่สุด