ต้อลม เกิดจากอะไร มีอาการอย่างไร อันตรายหรือไม่?

ต้อลม เกิดจากเส้นใยคอลลาเจน ที่ในเยื่อบุตาขาว เกิดการเสื่อมสภาพ จนทำให้เยื่อบุตาขาวในส่วนนั้น ก่อตัวกันเป็นก้อนหนาที่บริเวณตาขาว มักพบที่บริเวณหัวตา หางตา เกิดพร้อมกันทั้งสองที่

ไม่ถือเป็นโรคร้าย แต่ทำให้ระคายเคือง จนเกิดความรำคาญได้ มักพบในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง งานที่ต้องตากแดดและตากลม

ต้อลม เกิดจากอะไร?

ยังไม่ทราบสาเหตุ ของการเกิดต้อลมที่แน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าเกิดจากรังสี UV ที่มาจากแสงแดด และทำให้เยื่อบุตาขาวเสื่อมสภาพ ทั้งนี้ มักพบผู้ป่วยต้อลม จากปัจจัยความเสี่ยง ดังต่อไปนี้

1. ใช้สายตาหนักเป็นประจำ เช่น ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกวัน

2. ดวงตาสัมผัสกับสารเคมี ที่ทำให้ระคายเคือง โดยไม่มีเครื่องป้องกัน เป็นเวลานาน

3. ตาแห้ง และระคายเคือง อยู่บ่อยๆ

4. ทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน ทำให้ตาสัมผัสกับแสงแดด ฝุ่น ลม ควัน และมลภาวะ อยู่เป็นประจำ

5. เป็นโรคเบาหวาน

6. คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคต้อลม

โรคต้อลม มีอาการอย่างไร?

อาการของต้อลม ที่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก คือ มีก้อน แผ่น หรือปุ่มนูนสีขาวเหลือง ก่อตัวขึ้นบริเวณตาขาว และบางครั้งก้อนต้ออาจบวมแดง

โดยก้อนต้อลม จะทำให้รู้สึกเจ็บตา คันตา น้ำตาไหล และรู้สึกเหมือนมีเม็ดทรายอยู่ในดวงตาตลอดเวลา หากต้อลมอักเสบ ก็จะทำให้ก็ตาแดง และตาบวมได้

การวินิจฉัย และการรักษาต้อลม

เพราะเป็นโรคที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จึงจะวินิจฉัยจากการดูอาการ ของดวงตาภายนอก พร้อมซักประวัติเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุของโรค

แต่ยังไม่มีวิธีรักษาโรคต้อลมให้หายขาด และยังไม่มียาหยอดตารักษาต้อลม หรือยาสลายก้อนต้อลมให้หายไปจากดวงตา จึงต้องรักษาด้วยการหลีกเลี่ยงต้นเหตุของโรค หลีกเลี่ยงความเสี่ยงของการเกิดโรค และลดการระคายเคืองที่เกิดจากโรคลง

ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรคต้อลมจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วย เช่น หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แจ้ง, ใส่แว่นตา เพื่อกันแดด กันลม และปกป้องดวงตาจากรังสียูวี ฝุ่น ควัน ลม มลภาวะ, ใช้น้ำตาเทียม, ไม่ขยี้ตา, งดสูบบุหรี่ และแพทย์อาจให้ใช้ยาหยอดตา หากระคายเคืองมาก จนทำให้ตาอักเสบบ่อยๆ