ติดโควิดรอบ 2 สามารถเกิดขึ้นได้มั้ย อาการจะรุนแรงหรือไม่

ติดโควิดรอบ 2 คือสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และมีหลายคนที่ติดโควิด-19 ซ้ำรอบที่ 2 แล้ว ทั้งในไทยและที่ต่างประเทศ เพราะโควิด-19 เป็นโรคระบาดที่มีการกลายพันธุ์ได้ และยังแพร่ระบาดรวดเร็วด้วย

ติดโควิดรอบ 2 สามารถเกิดขึ้นได้มั้ย?

การติดโรคโควิด-19 นั้น สามารถติดซ้ำได้ แม้จะเคยติดเชื้อมาแล้ว ทำให้ร่างกายก็มีภูมิต้านทานเชื้อแล้วก็ตาม แต่เพราะหลังจากหายป่วยแล้ว ภูมิต้านทานจะค่อยๆ ลดลง ภายในระยะเวลา 3-6 เดือน ดังนั้น เมื่อภูมิต้านทานลดลง ก็ทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำได้อีกนั่นเอง

โดยโควิด-19 มีการกลายพันธุ์ ไปเป็นสายพันธุ์ใหม่ๆ เช่น ‘สายพันธุ์อัลฟา’ กลายเป็น ‘สายพันธุ์เดลตา’ แล้วกลายเป็น ‘สายพันธุ์โอมิครอน’ ทำให้ภูมิต้านทาน ที่ผู้ติดเชื้อโควิด-19 เคยได้รับจากสายพันธุ์เดิมที่ติดเชื้อ ไม่สามารถรับมือ กับสายพันธุ์ใหม่ๆ ได้

นอกจากนี้ ในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ถือเป็นกลุ่มที่มีโอกาส ติดโควิด-19 ซ้ำได้ ง่ายกว่าคนที่มีร่างกายแข็งแรงปกติ

ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่เคยติดโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา มีเปอร์เซ็นที่จะติดโควิด-19 ได้ซ้ำอีก มากกว่าผู้ที่เคยติดโควิด-19 สายพันธุ์อัลฟา

ติดโควิดซ้ำ อาการจะรุนแรงหรือไม่?

ข้อมูลทางการแพทย์ ของผู้ป่วยในหลายประเทศ พบว่าผู้ที่ติดโควิด-19 ซ้ำ แล้วมีอาการรุนแรง มากกว่าตอนติดเชื้อครั้งแรก มีจำนวนไม่เยอะมาก แต่พบว่าผู้ที่ติดเชื้อซ้ำครั้งที่ 2 มักจะมีอาการพอๆ กับตอนที่ติดเชื้อครั้งแรก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการได้รับวัคซีนของผู้ป่วยด้วย

ซึ่งแม้การติดเชื้อโควิด-19 ซ้ำรอบที่ 2 จะมีคนป่วยรุนแรงจำนวนไม่มาก แต่ก็ไม่ควรใช้ชีวิตอย่างประมาท ควรสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด และรับการฉีดวัคซีนให้ครบโดส เพราะหลังจากหายป่วยแล้ว อาจเจอกับภาวะ ‘ลองโควิด’ (Long Covid) ซึ่งอาจส่งผลกระทบ ต่อสุขภาพในระยะยาวได้ด้วย

เช็คอาการหลังหายป่วยโควิด-19 ว่ามีภาวะ ‘ลองโควิด’ หรือไม่

ภาวะ ‘ลองโควิด’ (Long Covid) เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยโควิด-19 หลังได้รับเชื้อนาน 4-12 สัปดาห์ขึ้นไป โดยอาการที่พบจะมีความแตกต่างกัน ได้แก่ หายใจลำบาก, หายใจไม่เต็มอิ่ม, เหนื่อยง่าย, อ่อนแรง, อ่อนเพลียเรื้อรัง, ปวดศีรษะ, ปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดข้อต่อ, ไอ, แน่นหน้าอก, จมูกไม่ได้กลิ่น, ลิ้นไม่รับรส หรือท้องเสีย

ดังนั้น ผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาหายแล้ว ยังคงต้องหมั่นสังเกตอาการของตัวเอง และหากพบความผิดปกติ ควรไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาภาวะลองโควิดต่อไป