ตาอักเสบ จากภูมิแพ้ เกิดจากอะไร ต้องรักษาอย่างไร

ตาอักเสบ จากภูมิแพ้ หรือเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Conjunctivitis) เป็นโรคตาที่พบได้บ่อยที่สุด สามารถพบได้ 10-20 เปอร์เซ็นเลย ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งหากเป็นเรื้อรัง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นมา อาจทำให้เกิดความพิการทางสายตา หรือความผิดปกติที่คาดไม่ถึงได้

ตาอักเสบ จากภูมิแพ้ เกิดจากอะไร?

เกิดจากร่างกาย มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งที่แพ้ โดยอาจแพ้ร่วมกับอาการแพ้ทางจมูก หรือเรียกว่าโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinoconjunctivitis), แพ้ตามฤดูกาล เกิดขึ้นตามสภาพอากาศ และแพ้สารต่างๆ เช่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ อาหาร น้ำยาปรับผ้านุ่ม

โดยอาการของโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ ได้แก่ คันตา เคืองตา ตาแดง ตาบวมแดง เปลือกตาบวม มีขี้ตา น้ำตาไหล ตาสู้แสงไม่ได้ รู้สึกเหมือนมีฝุ่นผงเข้าตา โดยส่วนใหญ่จะมีอาการทั้งสองตา ร่วมกันอาการจาม น้ำมูกไหล และคัดจมูก ซึ่งอาการคันตา จะเป็นอาการเด่น ที่บ่งบอกว่าน่าจะมีผลมาจากภูมิแพ้

ซึ่งแพทย์จะทำการซักประวัติ จากนั้นจะทำการตรวจตา โดยอาจมีการทดสอบทางผิวหนัง หรือ Skin Prick Test เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ ทั้งนี้ ในการรักษาโรค จะมีทั้งการใช้ยาหยอดตา และยารับประทาน ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้เลือกใช้ยา ให้เหมาะสมกับอาการ และความรุนแรงของโรค

ข้อควรระวังคือ ในกรณีที่เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้บ่อยๆ อาจทำให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบ แบบเรื้อรัง ทำให้ต้องรักษาโดยการหยอดตา ซึ่งเมื่อต้องหยอดตา โดยใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์เป็นประจำ และใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจมีโอกาสเสี่ยง ในการเป็น ‘โรคต้อหิน’ มากขึ้น

รักษาอย่างไร?

1. หากมีอาการแพ้ แบบฉับพลัน ให้ใช้น้ำสะอาดล้างตา เพื่อเอาสารที่แพ้ออกทันที จากนั้นให้ประคบเย็น แล้วรีบไปพบแพทย์

2. หากมีอาการมาก ต้องปรึกษาจักษุแพทย์ เพื่อรักษาอย่างถูกวิธี ไม่ควรซื้อยาหยอดตาเอง

3. หลีกเลี่ยงสารที่แพ้ ใช้เครื่องปรับอากาศ ใช้เครื่องกรองอากาศ และใช้ผ้าปูกันไรฝุ่น

4. ควรรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือโรคหอบหืด ควบคู่กันไปด้วย

5. ใส่แว่นตากันแดด เพื่อป้องกันฝุ่นและลมไม่ให้เข้าตา