ซื้อเครื่องดูดไรฝุ่น เครื่องมือช่วยกำจัดไรฝุ่น เพื่อลดอาการคัน ภูมิแพ้ และหอบหืด

ซื้อเครื่องดูดไรฝุ่น มาติดบ้านไว้ เพื่อเป็นตัวช่วยสำคัญ ในการกำจัดไรฝุ่น ซึ่งเป็นต้นเหตุของการป่วย เป็นโรคภูมิแพ้ หรือโรคหอบหืด รวมทั้งอาการระคายเคือง และอาการคันตามผิวหนัง

ไรฝุ่น คืออะไร?

ไรฝุ่น คือแมลงชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดตัวเล็กมาก เพียง 0.1 – 2.3 มิลลิเมตร ทำให้มองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยไรฝุ่นมีทั้งหมด 8 ขา เพื่อใช้ยึดเกาะกับวัตถุ มันจึงมักเกาะติดอยู่ บริเวณที่เป็นเนื้อผ้า และเส้นใย เช่น หมอน โซฟา ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ผ้าม่าน

นอกจากนี้ ไรฝุ่นมักจะปะปนอยู่กับฝุ่น มันจะกินเซลล์ผิวหนังที่ตาย และถูกผลัดออกของคน โดยอุจจาระของไรฝุ่น เป็นสิ่งที่ฟุ้งกระจายได้ง่าย และยังลอยเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ในขณะที่คนนอนหลับได้ด้วย หากสูดดมไรฝุ่นเข้าไปเป็นเวลานาน ก็อาจทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ไรฝุ่นขึ้นมาได้

โรคหรืออาการป่วย ที่อาจเกิดจากไรฝุ่น

1. โรคภูมิแพ้ เพราะตัวของไรฝุ่น และอุจจาระของไรฝุ่น สามารถก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ หากสัมผัสไรฝุ่น หรือสูดดมไรฝุ่นเข้าไป จึงอาจจะกระตุ้นให้เกิดการแพ้ได้ เช่น อาการคัน มีผื่นขึ้น แสบตา แสบคอ แสบจมูก หรือหอบหืด เป็นต้น

2. โรคหอบหืด หากสัมผัสกับไรฝุ่นเป็นเวลานาน จะทำให้มีโอกาสเป็นโรคหอบหืดได้ โดยโรคหอบหืดจะมีอาการคือ เหนื่อยหอบได้ง่าย หายใจลำบาก หายใจแล้วมีเสียงหวีดออกมาด้วย หรือไอเรื้อรัง

ซื้อเครื่องดูดไรฝุ่น มีประโยชน์อย่างไร?

เครื่องดูดฝุ่นทั่วไป ที่ใช้ดูดฝุ่นต่างๆ ภายในบ้านนั้น ไม่สามารถกำจัดไรฝุ่น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะไรฝุ่นมี 8 ขา จึงสามารถเกาะกับเส้นใย และต้านแรงดูดได้ และแม้เครื่องดูดฝุ่น จะสามารถดูดไรฝุ่นบางตัวออกมาได้ แต่ถ้าไม่ได้ใช้แผ่นกรองฝุ่น ที่มีความแน่นหนามากพอ ก็จะทำให้ไรฝุ่น สามารถหลุดปนออกมากับอากาศได้อีก แต่เครื่องดูดไรฝุ่น จะช่วยจัดการไรฝุ่นได้ดีกว่า เพราะได้ถูกออกแบบและดีไซน์มา สำหรับการกำจัดไรฝุ่นโดยเฉพาะ คือมีตัวกรอง HEPA ที่ช่วยป้องกันไรฝุ่นเล็ดลอดออกมา รวมทั้งมีกล่องเก็บฝุ่นที่แน่นหนา และยังมีแสง UV ที่ส่งผลต่อการดำรงชีวิตของไรฝุ่นด้วย

วิธีเลือกซื้อเครื่องดูดไรฝุ่น

  • พิจารณาจากยี่ห้อ ที่ได้รับการรับรองคุณภาพ และมาตรฐาน จากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ
  • เลือกเครื่องที่มีแรงดูดเพียงพอ ประมาณ 10,000 PA ขึ้นไป
  • ควรเลือกเครื่อง ที่มีแผ่นกรองคุณภาพ และดักจับฝุ่นขนาดเล็กได้ ยกตัวอย่างเช่น แผ่นกรอง HEPA Filter
  • เลือกเครื่องที่มีกล่องเก็บฝุ่น เพื่อช่วยป้องกัน การฟุ้งกระจายของไรฝุ่นได้
  • ควรเลือกเครื่องที่มีลมร้อน เพื่อช่วยลดความสามารถ ในการยึดเกาะของไรฝุ่น หรือมีรังสี UV เพื่อช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วย

วิธีการกำจัดไรฝุ่น นอกจากการใช้ ‘เครื่องดูดไรฝุ่น’

ไรฝุ่น เป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ในที่มืด และอับชื้น รวมทั้งชอบยึดเกาะเส้นใย มันจึงชอบอาศัยอยู่ในห้องนอน และบริเวณที่นอน หมอน ผ้าห่ม พรม และโซฟา ซึ่งเป็นแหล่งที่สามารถพบตัวไรฝุ่น ได้มากที่สุดในบ้าน อาจพบตัวไรฝุ่นในที่นอน ได้ตั้งแต่หลักแสนตัว ถึงนับล้านตัว หรือในหมอนเก่าอายุ 6 ปีนั้น น้ำหนักของหมอน 1 ใน 10 มาจากไรฝุ่น และอุจจาระของมัน ส่วนในฝุ่น 1 กรัม สามารถพบเจอไรฝุ่น ได้มากถึง 500 ตัว

ดังนั้น หากต้องการกำจัดไรฝุ่น จะต้องพยายามลดปริมาณฝุ่นในบ้านลง ดังนี้

  • ภายในห้องนอน ควรมีเฟอร์นิเจอร์ ให้จำนวนน้อยชิ้นที่สุด รวมทั้งไม่ควรใช้พรม วัสดุที่ทำจากผ้า หรือวัสดุที่มีขน มาปูพื้นห้องนอน เพราะสามารถเป็นที่กักเก็บไรฝุ่นได้ 
  • ควรจัดห้องนอนให้โล่ง และเปิดประตู หน้าต่าง ให้มีอากาศถ่ายเทภายในห้องนอน เพื่อช่วยลดความชื้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญ ในการเจริญเติบโตของไรฝุ่น
  • ต้องซัก และทำความสะอาด เครื่องนอนทุกชนิด ด้วยน้ำร้อน เดือนละอย่างน้อย 2 ครั้ง
  • เครื่องนอนทุกชนิด ต้องถูกนำออกไปผึ่งแดดจัดๆ เพื่อลดความชื้นในที่นอน และเพื่อให้ไข่ของไรฝุ่นฝ่อ จะได้ลดจำนวนไรฝุ่น ที่จะฟักออกมาใหม่
  • ควรใช้เครื่องดูดฝุ่น และเครื่องดูดไรฝุ่น รวมทั้งผ้าชุบน้ำหมาดๆ ในการทำความสะอาดบ้าน ที่นอน หมอน โซฟา และผ้าม่าน อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งควรล้างเครื่องปรับอากาศด้วย
  • ไม่แนะนำให้ใช้ สารเคมีในการกำจัดแมลง เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง หรือได้รับอันตราย จากสารพิษตกค้างได้